5 เรื่องน่ารู้ ก่อนพาลูกไปจัดฟันใสเด็ก

จัดฟันใสเด็ก

                เชื่อว่าการจัดฟันเด็กที่มาแรงที่สุดในช่วงนี้ คงไม่พ้น “การจัดฟันใสเด็ก” ซึ่งเป็นวิธีจัดฟันรูปแบบใหม่ที่ไม่ต้องใช้เครื่องมือและลวดเหล็กเหมือนการจัดฟันแบบดั้งเดิม แต่จะใช้เป็นเครื่องมือจัดฟันที่ทำจากพลาสติกผิวเรียบใสที่ดูสะอาดตาและดูเรียบร้อยกว่าแทน จึงทำให้เด็กไม่รู้สึกเจ็บปวดจากการถูกดึงรั้งฟัน และทำให้มีความมั่นใจในการใช้ชีวิตมากขึ้น เพราะไม่รู้สึกว่ามีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในช่องปาก และไม่รู้สึกแปลกแยกจากเพื่อนๆ เนื่องจากเครื่องมือจัดฟันมีลักษณะใสจนแทบมองไม่เห็น ใส่ง่าย ถอดง่าย และทำความสะอาดเองได้ไม่ยาก

                แต่ก่อนที่พ่อแม่จะพาลูกๆ ไปจัดฟันใสเด็ก วันนี้เราอยากชวนมาหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดฟันรูปแบบนี้กันก่อน เพื่อเตรียมความพร้อมให้ทั้งพ่อแม่และเด็กๆ เลือกวิธีการจัดฟันได้อย่างเหมาะสม และเกิดผลลัพธ์ที่พึงพอใจ

1. จัดฟันใสเด็กแก้ปัญหาช่องปากได้หลายอย่าง

การจัดฟันใสเด็กมีประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาฟันและช่องปากของเด็กไม่ต่างจากการจัดฟันรูปแบบอื่น โดยสามารถแก้ไขได้หลายอาการ เช่น

  • ฟันหน้ายื่นผิดปกติ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุง่ายขึ้น
  • คางยื่น
  • ฟันเก
  • ฟันซ้อน
  • ฟันห่าง
  • ฟันสบกันผิดปกติ
  • นอนหายใจทางปาก
  • เด็กติดการดูดนิ้วหรือใช้ลิ้นดุนฟันเป็นประจำ
  • ฟันน้ำนมหลุดเร็วเกินไป หรือหลุดช้ากว่าปกติ
  • เด็กมีการกลืนอาหารผิดปกติ

ทั้งนี้ เพื่อการรักษาปัญหาที่ตรงจุด พ่อแม่ควรพาลูกไปเข้ารับคำปรึกษาจากทันตแพทย์เด็กเฉพาะทางก่อนตัดสินใจเลือกวิธีการจัดฟัน เพราะบางกลุ่มอาการต้องใช้ยาหรือวิธีการรักษาอื่นๆ ร่วมด้วย

2. จัดฟันใสเด็กมีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก

จากข้อมูลในช่วงแรกที่ได้บอกไปแล้วว่า การจัดฟันใสเด็กมีเครื่องมือจัดฟันที่มีความพิเศษและแตกต่างกว่าวิธีการจัดฟันรูปแบบอื่น การจัดฟันรูปแบบนี้ยังมีความน่าสนใจด้านอื่นอีก นั่นก็คือขั้นตอนตลอดกระบวนการการรักษาที่ไม่ยุ่งยาก ดังนี้

  • พาเด็กพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟัน และถ่ายรูปช่องปากและใบหน้า จากนั้นจึงทำการ X-ray และพิมพ์แบบฟัน
  • ทันตแพทย์นำแบบฟันที่ได้ส่งห้องแล็บเพื่อผลิตชุดจัดฟัน
  • เมื่อได้ชุดจัดฟันแล้ว ทันแพทย์จะนัดวันเพื่อใส่ชุดจัดฟัน และหลังจากนั้นจะทำการนัดเด็กเพื่อเปลี่ยนชุดใหม่ทุก 2 สัปดาห์ จนกว่าฟันจะเข้าที่ตามแผนการรักษา

3. จัดฟันใสเด็กต้องใส่เครื่องมือต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ถ้าคิดจะจัดฟันใสเด็กแล้ว พ่อแม่และเด็กๆ ต้องเตรียมตัวให้พร้อมมากเป็นพิเศษ เพราะจะต้องใส่เครื่องมือจัดฟันวันละประมาณ 20-22 ชั่วโมง โดยจะสามารถถอดออกเฉพาะเวลารับประทานอาหารและแปรงฟันเท่านั้น เพื่อให้ฟันเคลื่อนไปในทิศทางที่ทันตแพทย์กำหนด โดยไม่เกิดภาวะฟันล้ม

4. จัดฟันใสเด็กทำได้ตั้งแต่อายุยังน้อย

สำหรับพ่อแม่ที่อยากพาลูกไปจัดฟันใสเด็ก สามารถพาลูกไปพบทันตแพทย์เพื่อเข้ารับคำปรึกษา และตัดสินใจจัดฟันได้ตั้งแต่อายุประมาณ 6-7 ปี เพราะเป็นช่วงวัยที่ฟันและช่องปากของเด็กเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง คือ ฟันน้ำนมเริ่มหลุด และมีฟันแท้งอกขึ้นมาแทนที่ ถ้าต้องการให้ฟันแท้เจริญเติบโตอย่างเหมาะสม ไม่สร้างปัญหาให้เด็กๆ ในอนาคต จึงควรตัดสินใจจัดฟันตั้งแต่ช่วงนี้

5. จัดฟันใสเด็กต้องทำกับทันตแพทย์เฉพาะทาง

สุดท้ายนี้ เพื่อผลลัพธ์ในการดูแลรักษาฟันและช่องปากของเด็กที่ดีที่สุด พ่อแม่ควรพาลูกไปจัดฟันใสเด็ก กับทันตแพทที่มีความเชี่ยวชาญด้านสรีระฟันและช่องปากของเด็กโดยเฉพาะ เพราะเด็กมีสรีระที่แตกต่างไปจากผู้ใหญ่ รวมถึงมีความกังวลใจในเรื่องที่แตกต่างกันออกไป จึงต้องการทันตแพทย์ที่มีความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง

อย่างเช่นที่ Homey Dental Clinic หนึ่งในคลินิกที่มีทันตแพทย์เฉพาะทางเด็ก ซึ่งมีหลายสาขาพร้อมให้บริการทั่วกรุงเทพฯ โดยนอกจากจะมีทันตแพทย์เด็กแล้ว ที่นี่ยังมีเรทค่าใช้จ่ายเริ่มต้นเพียง 79,000 บาทเท่านั้น (ราคาขึ้นกับรูปแบบการจัดฟันและปัญหาฟันและช่องปากของเด็ก)